วัดพระพุทธฉาย

20_c.gif

โบราณสถานและโบราณวัตถุที่สำคัญ

20_c.gif

งานประเพณีวัดพระพุทธฉาย

20_c.gif

เกี่ยวกับวัดพระพุทธฉาย

20_c.gif

เชิงประวัติศาสตร์

20_c.gif

หลักสูตรท้องถิ่นมัคคุเทศก์น้อย

20_c.gif

โรงเรียนวิถีพุทธ

20_c.gif

บทความ  สารคดี

 

 



 




พระพุทธฉาย (เงาพระพุทธเจ้า) คือเงาเลือนลางที่เป็นรอยประทับอยู่ที่หน้าผา เชิงเขา บริเวณวัดพระพุทธฉาย มีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปยืน สันนิษฐานว่าค้นพบในสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา โปรดให้สร้างวัดพระพุทธฉาย ราวพ.ศ.๒๑๖๓-๒๑๗๑

ตำนานพระพุทธฉายโดยย่อ พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เขาฆาฏกะ(เขาพระพุทธฉาย)เพื่อโปรดนายพรานฆาฏกะจนสำเร็จพระอรหันต์ ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จกลับ พระฆาฏกะได้ทูลขอให้ประทานสิ่งอันเป็นอนุสรณ์ เพื่อสักการะกราบไหว้ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงพุทธปาฏิหาริย์ให้เงาของพระองค์ติดอยู่ในเนื้อหิน ที่เงื้อมเขาพระพุทธฉายบรรพต 


สถานที่ตั้ง

พระพุทธฉาย(เงาพระพุทธเจ้า) เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานติดอยู่ ณ เงื้อมเขาพระพุทธฉาย อยู่ภายในมณฑปสองยอดบนไหล่ภูเขา อยู่ในเขตหมู่ที่ ๑ ตำบลหนองปลาไหล อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี ทางเข้าวัดพระพุทธฉาย เป็นถนนแยกจากถนนพหลโยธิน ตรงกิโลเมตรที่ ๑๐๒ (หมู่บ้านโคกหินแร่ ตำบลหนองยาว) เข้าไป ๕ กิโลเมตร (ระยะทางตามถนนจากตัวเมืองสระบุรี ลงทางใต้ ๖ กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไป ๕ กิโลเมตร) ก็จะถึงที่ประดิษฐานพระพุทธฉายได้โดยสะดวก
 

การค้นพบ

สันนิฐานว่า พระพุทธฉาย(เงาพระพุทธเจ้า) ค้นพบในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี หลังจากพบรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธฉาย ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรม (พ.ศ.๒๑๖๓-๒๑๗๑) สมัยที่ค้นพบพระพุทธฉายได้สร้างพระมณฑปครอบพระบรมฉายาลักษณ์ไว้เป็นสถานที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน ตลอดจนพระมหากษัตริย์ในรัชกาลต่อมา และเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง เป็นต้น  จากพงศวดารตำนานที่ปรากฎชัดว่า "สมเด็จพระเจ้าเสือพร้อมด้วยเชื้อพระวงศ์และข้าราชการบริพาร ได้เสด็จพระราชดำเนินมานมัสการพระพุทธฉาย แล้วเสด็จไปนมัสการพระพุทธบาท  เป็นต้น  จนถึงกษัตริย์พระองค์สุดท้ายสมัยกรุงศรีอยุธยา  สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ พระองค์ได้เสด็จไปนมัสการพระพุทธฉายก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา ๓ ปี (พ.ศ.๒๓๐๗) ดังปรากฏในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนมาศ (เจิม) หน้า ๔๘๔  ได้กล่าวไว้ในบท "สมโภชพระพุทธฉาย" เกี่ยวกับพระพุทธฉายว่า  ในสมัยพระบาทสมเด็จพระที่นั่งสุริยามรินทร์ว่า "ครั้นเดือนอ้ายเสด็จขึ้นไปนมัสการพระพุทธฉาย  แรมอยู่  ๓  วัน  ฯลฯ แล้วเสด็จกลับมาสมโภชพระพุทธบาท  ๗  วัน"

จากประวัติและพระราชพงศาวดารดังกล่าวมาแสดงให้เห็นว่า  พระพุทธฉายได้เจริญมาสมัยหนึ่งแล้ว ปรากฎจากหลักฐานและวัตถุโบราณนานับประการ  ที่ยังปรากฎเป็นหลักฐานจนถึงปัจจุบันนี้ เช่นมณฑปที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขาลม  วัดพระพุทธฉาย  เป็นต้น  แต่เนื่องจากภัยทางสงคราม บ้านเมืองไม่สงบสุข มีการรบทัพจับศึก เกิดการระส่ำระสายเปลี่ยนแปลงแผ่นดินบ้านเมืองเดือดร้อน  ดังปรากฎในประวัติศาสตร์ครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาจนกว่าจะตั้งกรุงธนบุรี และกรุงเทพฯ ขึ้นเป็นเมืองหลวง พระพุทธฉายก็ได้ถูกทอดทิ้งมาเป็นเวลาช้านานจนชำรุดทรุดโทรมลง มณฑปเดิมซึ่งสร้างไว้ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และศาสนสถานถาวรวัตถุต่างๆ ได้ขาดการดูแลเอาใจใส่และภัยธรรมชาติได้ทำลายเสียหายเป็นอย่างมาก

กาลเวลาได้ผ่านมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการบูรณะฟื้นฟูพระพุทธฉายอีกครั้งหนึ่ง ตามศิลาจารึกที่ค้นพบเป็นหลักฐานว่า "พระพุทธศาสนาล่วงมาได้  ๒๓๗๔ ปีมะโรง นักษัตรจัตวาศก  มีพระคุณเจ้าสมภาร ๔ วัด คือพระปลัดวัดปากเพรียว ๑ สมภารวัดบางระกำ ๑ สมภารดวง วัดเกาะเลิ่ง ๑ และสมภารวัดบางเดื่อ ๑ สมภารทั้ง ๔ พร้อมทั้งญาติโยมได้มีอุสาหะพากันมาบูรณะปฏิสังขรณ์พระพุทธฉาย เป็นเวลาถึง ๗ ปี และในปีที่ ๘ จึงพระมหายิ้ม ได้มาร่วมกับสมภารทั้ง ๔ พร้อมด้วยญาติโยม ได้บูรณะปฏิสังขรณ์พระพุทธปฏิมากรระเบียงมณฑป  ลงลักปิดทอง บ้างจำลองลายสุวรรณอันบวร ปฏิสังขรณ์พระสถูปเจดีย์ สร้างหอระฆัง สร้างศาลา เป็นต้น ด้านยอดเขา ได้บูรณะพระมณฑปและลานพระโมคคัลลานะขุดสระบ่อน้ำ  บูรณะพระอุโบสถ และตบแต่งสถานที่เป็นเวลาอีก ๓ ปี จนถึงปีฉลูจึงเสด็จตามความประสงค์ ได้จัดมหกรรมฉลององค์พระพุทธฉาย เมื่อปีเถาะ เบญจศก"  จากศิลาจารึกที่นำมาโดยสังเขปนี้ จะเห็นได้ว่าพระพุทธฉายได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาในระยะหนึ่ง กาลเวลาล่วงเลยมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช และสมเด็จพระพันวษาอัยยิกาเจ้า ได้เสด็จมาฟื้นฟูบูรณะพระพุทธฉายทรงสร้างมณฑปขึ้นใหม่เป็นมณฑปสองยอดแทนมณฑปเดิม และทรงบูรณะปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุอื่นๆ มีเสนาสนะสงฆ์  เช่น  ศาลา  พระอุโบสถบนยอดเขาพระพุทธฉาย ปฏิสังขรณ์มณฑปครอบรอยพระบาทจำลองยอดเดี่ยว บนยอดภูเขาด้านตะวันออกพระอุโบสถบริเวณลานพระโมคคัลลานะ วัดพระพุทธฉาย  ซึ่งยังเหลือเป็นอนุสรณ์อยู่ตราบเท่าทุกวันนี้ นอกจากนั้นพระองค์พร้อมด้วยพระราชวงศ์และข้าราชบริพาร ยังได้เสด็จไปนมัสการพระพุทธฉายอีกหลายครั้ง  ดังปรากฎในประวัติศาสตร์การประพาสต้นและจดหมายเหตุ การบำเพ็ญพระราชกุศลนับเนื่องเกี่ยวกับพระพุทธฉาย เกี่ยวกับพระอุปัชฌาย์รัน และพระอธิการรูปอื่นๆ อีกมาก  ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยย่อ  จปร.  ติดอยู่  ณ  เงื้อมผาด้านทิศตะวันตกของพระมณฑปพระพุทธฉาย  พร้อมด้วยนามาภิไธยพระบรมวงศานุวงศ์  ซึ่งปรากฎชัดจนถึงปัจจุบันนี้  ในรัชกาลต่อๆ มาก็ได้มีพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จมาพระพุทธฉายเป็นประจำ จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน  พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  และพระเจ้าลูกเธอฯ ได้เสด็จมาทรงทอดผ้าพระกฐิน เมื่อวันที่  ๓ พฤศจิกายน  ๒๕๑๖

พระพุทธฉายได้บูรณะซ่อมสร้างมาเป็นเวลาช้านาน ชำรุดทรุดโทรมลงเป็นอย่างมาก จนทางข้าราชการร่วมกับคณะสงฆ์เห็นว่าจะปล่อยทิ้งรกร้างไว้อีกต่อไปไม่ได้  ปูชนียสถานที่สำคัญจะถูกทำลายลง จึงได้ส่ง พระครูพุทธฉายภิบาล (นาค  ปานรัตน์)  มาเป็นเจ้าอาวาสเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๑  เพื่อบูรณะซ่อมสร้างสถานที่พระพุทธฉายให้เจริญต่อไป เจ้าอาวาสได้ซ่อมแซมใหญ่ โดยซ่อมที่มณฑปที่ชำรุดซึ่งสร้างไว้ในสมัยรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงเทพฯ บนยอดภูเขาตามเดิม ส่วนมณฑปเก่าครอบพระบาทจำลองบนยอดเขายังคงไว้เป็นอนุสรณ์ ในลำดับต่อมาได้สร้างบันไดจากพื้นล่างด้านตะวันออกพระพุทธฉายขึ้นไปจนถึงยอดภูเขายาวประมาณ ๒๗๐ ขั้น เพื่อให้ความสะดวกแก่ประชาชน จะได้ขึ้นไปนมัสการพระพุทธรูปปางต่างๆ ข้างบนและภายในอุโบสถ  โดยบูชารอยพระพุทธบาทจำลองและชมวิวทิวทัศน์อันสวยสดงดงาม พร้อมด้วยบูชาสักการะพระรูปพระโมคคัลลานะ  ที่ได้สร้างขึ้นมาเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๖  ประดิษฐานอยู่ ณ ลานพระโมคคัลลานะ ในวิหารพระปฏิมากรเป็นประหนึ่งสังเวชนียสถานอันจะเกิดเป็นกุศลผลบุญต่อไป
 

 

ที่ตั้ง

ตำบลหนองปลาไหล (เดิมตำบลปากเพรียว) อำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี 

พิกัดแผนที่

ระวาง ๕๑๓๗ I ลำดับชุด L ๗๐๑๗  พิมพ์ครั้งที่ ๑ - RTSD อำเภอหนองแค พิกัด ๑๑๙๙๖๘  

สิ่งสำคัญ

รอยพระพุทธฉาย (เงาพระพุทธเจ้า) วัดพระพุทธฉาย

ประวัติสังเขป

พระพุทธฉาย คือเงาเลือนลางที่เป็นรอยประทับอยู่บนหน้าผามีลักษณะคล้ายพระพุทธรูปยืน หน้าผาแห่งนี้อยู่ในบริเวณวัดพระพุทธฉาย ซึ่งตั้งอยู่บนเชิงเขา วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้าทรงธรรม ตามตำนานกล่าวว่าในครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เขาฆาฏกะ (เขาพระพุทธฉาย) เพื่อโปรดพรานฆาฏกะ ครั้นพระพุทธเจ้าเสด็จกลับ พรานได้ทูลขอให้ประทานสิ่งอันเป็นอนุสรณ์ พระพุทธองค์จึงทรงกระทำพุทธปาฏิหาริย์ ให้พระฉายาลักษณ์ของพระองค์ติดอยู่กับเขาที่เงื้อมผาเขาพระพุทธฉายบรรพต 

ลักษณะรูปแบบศิลปกรรม

รูปพระพุทธฉาย ณ บริเวณเงื้อมผาฆาฏกะ (เขาพระพุทธฉาย) มีลักษณะเป็นเส้นเงาสีแดง คล้ายสีดินเทศ สูงประมาณ ๕ เมตร 

ลักษณะการถือครองที่ดิน

(หรือผู้ดูแล) วัดพระพุทธฉาย 

ลักษณะการใช้งานปัจจุบัน

เป็นที่สักการะ และประกอบพิธีกรรมทางศาสนา 

สภาพปัจจุบัน

พระพุทธฉายตั้งอยู่ในเขตหมู่บ้าน มีอาคารที่พักอาศัย ร้านค้า โรงเรียน ตลอดจนค่ายลูกเสืออยู่ใกล้เคียง ทำให้น้ำเสียจากแหล่งต่างๆ ลงสู่ธารน้ำ ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีต่อโบราณสถาน 

การขึ้นทะเบียน

ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘

 

 

 

 

 

 

โบราณสถาน
และโบราณวัตถุ
ที่สำคัญ

anisquare19_yellow.gif

พระพุทธฉาย
(เงาของพระพุทธเจ้า)

anisquare19_yellow.gif

รอยพระพุทธบาทเบื้องขวา

anisquare19_yellow.gif

ถ้ำฤาษี
อายุประมาณพันปี

anisquare19_yellow.gif

ภาพเขียน
ยุคประวัติศาสตร์

anisquare19_yellow.gif

โบราณสถาน เขาลม

anisquare19_yellow.gif

โบราณสถาน
ถ้ำลำดวน

anisquare19_yellow.gif

พระปรมาภิไธย

anisquare19_yellow.gif

พระมณฑป ๕ ยอด